ออกเดินทางจากกรุงเทพฯสู่กัวลาลัมเปอร์ Bangkok to Kualalumpur

Google+



รายละเอียดเนื้อหา

บรรยากาศสุดยอดมากๆ
คนในสนาม เป็นแสนคนเลย
เยอะที่สุดเท่าที่เคยดูฟุตบอลสดๆ มาในสนาม

วันที่จะต้องเดินทางไปกัวลาลัมเปอร์
ออกเดินทางไปสนามบินวันนั้น รถติดเป็นกรณีพิเศษ
ก่อนออกเดินทางลืมเอกสารพวกตั๋วเครื่องบิน ที่พักที่จองไว้ ต้องกลับขึ้นไปเอา คิดว่าอย่างไรก็ทันแน่นอนนะ

พอขึ้นรถ Shuttle Bus ฟรี จากสุวรรณภูมิ เพื่อเดินทางไปยังดอนเมือง ที่นั่งบนรถเต็มหมด
ต้องยืนสิครับงานนี้ ไม่เป็นไร ยืนได้ ไม่ไกล

ใช้เวลาในการเดินทางราวๆ 1 ชั่วโมง
พี่คนขับถามว่า เครื่องออกกี่โมง ผมบอก 6 โมงเย็น
พี่คนขับบอกว่ามานั่งข้างๆ แกก็ได้
ก็เลยยืนๆ นั่งๆ แถวๆ พี่คนขับแกนั่นแหละ เวลาเหลือเฟืออยู่แล้ว ทันแน่นอน

จากสนามบินสุวรรณภูมิ วิ่งทางด่วนมอเตอร์เวย์
พอถึงด่าน ศรีนครินทร์การเดินทางก็ยังโอเคอยู่ 6 โมงเย็น ทัน

การเดินทางทุกอย่างปรกติดี ถึงด่านศรีนครินทร์ รถติดนิดหน่อย
พอผ่านด่านเท่านั้นแหละ โอ้ว พระเจ้า รถแห่กันมาจากไหนไม่รู้
จากที่เผื่อเวลาไว้ เกือบสองชั่วโมงเริ่มกังวลแล้ว
พี่แกถามผมอีกครั้งว่า เครื่องออกกี่โมง ผมก็ยังบอกว่า 6 โมงเย็น
แกก็บอกว่าทัน

ผมก็คุยกับแกว่า ผมจะไปดูฟุตบอลที่กัวลาลัมเปอร์ แข่งพรุ่งนี้
ก็เลยได้คุยกันว่า เดินทางยังไง บัตรจองยังไง ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่
ตอนนั้นรถเริ่มติดมากขึ้น ผมก็เริ่มกังวล
แกบอกว่า บางทีตรงนี้ติดเป็นชั่วโมงกว่าๆ เคยมีคนตกเครื่องมาแล้ววันก่อน เป็นชาวจีน

ผมนึก ตายห่าแล้ว ถ้าติดแบบนั้น ตกเครื่องแน่ๆ ตรู

ผมเลยถามแกว่า พี่ ไปถึงห้าโมงเย็นทันไหมพี่ (ตอนนั้น สี่โมงกว่าๆ)
แกบอกว่า ถ้าหลุดตรงนี้ไปได้ จะไปติดอีกที่ก่อนเลี้ยวไปทางด่วนดินแดง ถ้าตรงนั้นไม่ติดก็ทันสบายๆ
แต่ถ้าตรงนั้นติดก็งานเข้า
แต่แกบอกว่า ถ้าสภาพแบบนี้นะ ตรงนั้นน่าจะติดหนักกว่านี้

ผมนึกในใจ อ้าว ตายห่าแน่ๆ ตรู

จะทำไงดีหว่าลงไปข้างล่างก็ยิ่งติด เพราะนี่ก็อยู่บนทางด่วนอยู่แล้ว
พี่แกบอกว่า ตรงผ่านด่านพระราม 9 ไปแล้ว แกสังเกตุมาแล้วว่า
การออกแบบเส้นทางตรงนั้น ก่อนไปดินแดง การออกแบบออกแบบผิด
เพราะจะมีรถมาแย่งเลนไปดาวคะนอง (ซึ่งแกขับทุกวันแกรู้ดี และก็จริงของแกด้วย)
แกบอกว่าถ้าผ่านตรงนั้นไปได้ก็ใช้เวลาอีกราวๆ 20-30 นาที

ตอนนั้น ผมเริ่มหน้าถอดสีแล้ว ทำไงดีหว่านี่ ถ้าตกเครื่องจริงๆ และก็มีโอกาสตกสูงมากๆ ด้วย

แกถามผมอีกครั้งว่า เครื่องออกหกโมงเย็นเหรอ ก็พอทันนะหลุดตรงนี้ไปได้ก็โอเคแล้ว (แต่ตอนนั้นติดหนึบ)
ผมเลยบอกแกว่า เครื่องออกหกโมงเย็นก็จริงพี่ แต่ว่า ผมยังไม่ได้เช็คอิน
ต้องไปให้ถึงก่อน ห้าโมงเย็นสิบห้านาที หรือก่อนเครื่องออก 45 นาที

แกบอกว่า อ้าว จริงเหรอ จะทันหรือเปล่านี่
จริงพี่ ต้องไปเช็คอินก่อน แล้วต้องผ่าน ตม. อีก

ตอนนั้น พี่ กนก โทรมาถามผมว่า เป็นไงบ้างพี่ (แกนึกว่าผมอยู่ที่สนามบินแล้ว) กนก ศรีแปดริ้ว
ผมบอกว่าตอนนี้ผมยังไม่ถึงสนามบินเลย ติดอยู่บนทางด่วน ทำอะไรไม่ได้เลย ต้องภาวนาให้หลุดตรงนี้ไปให้ได้ก่อน
อ้าว เหรอ พี่กนก ก็ตกใจเหมือนกัน พอดีแกว่าจะคุยเรื่องมีน้องที่เป็นคนไทยที่โน่น แกจะให้ไลน์
แต่แกฟังจากน้ำเสียงผมแล้ว แกคงรู้ว่าผมไม่สะดวกคุย เลยขอวางสายไป

ตอนนั้นผมเริ่มมึนไปหมดแล้ว ทำไงดีหว่า ถ้าไปแล้วตกเครื่อง ซึื้อตั๋วใหม่เหรอ ตัดทิ้งไปได้เลย
ทางออกอีกทางคือไปรถทัวร์ไปหาดใหญ่ อีกทางคือ กลับบ้าน ซึ่งน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด คือพูดง่ายๆ ไม่ต้องไปมันละ

ตอนนั้นทำได้อย่างเดียวเลยคือ ไม่ต้องทำอะไร อยู่เฉยๆ ทำใจให้นิ่งๆ สงบเข้าไว้

พอผ่านด่านพระราม 9 ไปได้แล้ว ติดหนึบอยู่ จะห้าโมงเย็นแล้ว
ตอนนั้นทำใจกว่า ห้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว ระหว่างได้ไปกับไม่ได้ไป
ไปติดตรงระหว่างรถที่จะไปดินแดง กับรถที่จะไปดาวคะนอง ที่เลนมาตัดกันเป็นกากบาท
ซึ่งพี่แกบอกว่า หลุดตรงนี้ก็คือหลุดเลย
ซึ่งก็เป็นจริงดังที่แกว่าจริงๆ
พอหลุดมาได้ก็ไปขึ้นด่านดินแดง
พี่แกบอกว่าอีกราวๆ ครึ่งชั่วโมง เพราะรถมันวิ่งได้แค่นี้

ตอนนั้นห้าโมงเย็นแล้ว ตายแน่ๆ กรู
สิบห้านาทีไปถึงสนามบินเป็นไปไม่ได้แน่นอน
ผมเลยบอกพี่่คนขับว่า ตกเครื่องแน่ๆ พี่
พี่แกก็ถามว่า แล้วถ้าไปไม่ทันทำยังไง
ผมเลยบอกว่า ทำอะไรไม่ได้ครับ กลับบ้าน
มีทางเดียวคือ ไปถึงแล้วขอทางสายการบินเช็คอิน แล้วรีบวิ่งไปขึ้นเครื่อง
ถ้าเขาให้ได้ก็ได้ไป ถ้าเขาไม่ให้ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเป็นความผิดของผมเอง
อยู่ที่ทางสายการบินเขาจะช่วย หรือให้ ไม่ให้แล้วแหละ
คงต้องไปบอกเขาว่า เราจะไปเชียร์ทีมชาติไทยที่กัวลาลัมเปอร์
ตั๋วโรงแรม ตั๋วบอลอยู่ที่เราหมด แต่นั่นก็แล้วแต่ทางสายการบินครับ

พี่แกก็พยักหน้า ตอนนั้นเริ่มเงียบเพราะรถวิ่งได้เรื่อยๆ แล้ว

คือตอนนั้นก็บอกพี่แกว่า ตอนนั้นคงต้องฝากความหวังไว้ที่สายการบินแล้วแหละ ว่าจะให้เช็คอินไหม
ตอนนี้เลยเวลาเช็คอินแล้ว ไปถึงก็คงไปขอความชวยเหลือตรงๆ เลย ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็คือไม่ได้

ก่อนเข้าสนามบินก็ติดอีก แท็กซี่ก็ปาดหน้าไปมา
พี่แกก็บอกว่า นี่ผมก็เต็มที่แล้วนะ
ผมก็บอกโอเคครับ เข้าใจครับพี่
ไปถึงก็รีบขอบคุณแก แล้วรีบวิ่งไปที่เคานต์เตอร์เซคอิน

ตอนนั้น ห้าโมงเย็นสามสิบนาทีโดยประมาณ เลยเวลามาราวๆ 15 นาที
พอไปถึงปั๊บทุกเคานต์เตอร์ คนต่อคิวรอเช็คอินทุกช่อง ตายแน่ตรูเลยเวลาแล้วด้วย

เห็นเคานต์เตอร์หนึ่งเพิ่งปิด ก็เลยเข้าไปสอบถาม แต่ไร้ผล เจ้าหน้าที่ให้ไปช่องที่กำลังเช็คอิน

พอดีมองแล้ว ถ้าไปต่อแถวนี่ ไม่ทันแน่ๆ เพราะกว่าจะถึงคิว หมดสิทธิ์แน่ๆ

มองเห็นน้องเจ้าหน้าที่แอร์เอเชียคนหนึ่งยืนอยู่

เลยเดินดิ่งเข้าไปหาแล้วบอกว่า ผมจะไปกัวลาลัมเปอร์เที่ยวหกโมงเย็น พอจะช่วยอะไรได้ไหม
บอกว่า จะไปเชียร์ทีมชาติไทยที่กัวลาลัมเปอร์ ตั๋วโรงแรม ตั๋วบอลอยู่ที่ผมหมด

น้องผู้ชายคนนั้นมองดูเวลา แล้วรีบหยิบพาสปอร์ต เดินไปอีกเคานต์เตอร์

เริ่มมีหวังขึ้นมาแล้ว

เดินไปหา 2-3 เคาน์เตอร์ ที่มีคนต่อแถวอยู่ ผมก็เดินตามไปด้วย ล้วนแล้วแต่ โดนส่ายหัวหมด

น้องเขาก็เริ่มกังวล ผมก็เริ่มกังวล

จำได้ว่า เดินมาที่น้องคนผู้หญิงที่ Row 2 มั้ง
แล้วก็วางพาสปอร์ตให้น้องคนนั้นดูแล้วพูดกับน้องคนนั้นเบาๆ แต่ผมไม่ได้ยิน
แล้วน้องผู้หญิงคนนั้นก็รีบหยิบพาสปอร์ตไป จากนั้นมองดูหน้าจอ คอมพิวเตอร์
แล้วคีย์ข้อมูล แล้วมองจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง
แล้วรีบหยิบโทรศัพท์ (เดาว่าน่าจะติดต่อไปยังไฟล์ทที่กำลังเช็คอิน)

ตอนนั้นนี่เริ่ม 50/50 แล้ว

พูดคุยอยู่สักพักหนึ่ง
จากนั้นก็วางโทรศัพท์ แล้วคีย์ข้อมูลต่อ
เริ่มโล่งแล้ว เพราะถ้าไม่ได้ คงนำพาสปอร์ตกลับมาแล้ว

แป๊บเดียวก็ได้พาสปอร์ตพร้อม Boarding Pass มา ประตู 6 มั้งจำไม่ได้ น้องบอกให้รีบไปเลยครับ
เลยขอบคุณและถามชื่อน้องคนผู้ชายไปได้ความว่า ชื่อตั้ม แต่ไม่ได้ถามชื่อน้องคนผู้หญิงเพราะน้องกำลังคีย์ข้อมูลผู้โดยสารที่ต่อคิวอยู่

เหตุการณ์แบบนี้ ผมเคยเจอตอนกำลังจะปิดเช็คอินอยู่เหมือนกัน ตอนนั้นจาก Kuala Lumpur จะไป Palembang
มีเจ้าหน้าที่มาถามแล้วรีบเอาไปเช็คอินให้ก่อน เหมือนกัน

หรือเคยเจอคนทีต่อคิวต่อเราอยู่ด้านหลัง เห็นรีบๆ รุกรี้รุกรน เราก็เคยแบ่งปันให้คนอื่นเหมือนกัน

ใครว่า Low Cost ใจร้ายไม่จริง
ยกเว้นว่าคุณจะไปสาย แล้วเช็คอินไม่ได้จริงๆ
หรือไปสาย แล้วโวยวาย ทำกิริยาก้าวร้าวใส่เจ้าหน้าที่

พอได้ Boarding Pass ก็ต้องรีบวิ่งแจ้นไปยังผู้โดยสารเดินทางระหว่างประเทศอีก

ทีนี้ ก็ต้องไปรอคิวเพื่อ ตรวจเอกสาร พาสปอร์ต ที่ด่าน ตม. ฝั่งขาออกจากประเทศไทยกันละ

งานเข้าอีกแล้ว แถวยาวเหยียดเกือบทุกแถวเลย

ตายๆๆๆ ตายแน่ๆ ขืนรอมีหวังตกเครื่อง

พอดีมีเจ้าหน้าที่ผู้หญิงท่านหนึ่งยืนอยู่

ผมเลยเข้าไปขอความช่วยเหลือ ว่าไฟล์ทหกโมงเย็นไปกัวลาลัมเปอร์ครับ
ผมจะไปดูฟุตบอลทีมชาติไทยแข่งพรุ่งนี้กับมาเลเซีย
ตั๋วโรงแรม ตั๋วฟุตบอลของคนอื่นอยู่ที่ผมหมด

เจ้าหน้าที่ท่านนั้นมองดูนาฬิกา หยิบพาสปอร์ตและเอกสาร แล้วพาผมเดินไปที่ช่องพิเศษ
แต่ช่องที่ว่า ก็ยังมีคนรอต่อแถวอยู่เยอะเหมือนกัน

ไม่รู้จะทำอย่างไร
จึงพาผมเดินเข้าไปยังห้องทำการของ ตม.(น่าจะใช่) ที่อยู่ใกล้ๆ กัน

แล้วเดินไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์ ที่โต๊ะทำงาน พลิกพาสปอร์ต ดูและคีย์ข้อมูลเข้าไป

ถามผมเรื่องให้เผื่อเวลาให้เยอะๆ

ผมเลยบอกว่าวันนี้รถติดมากๆ ปรกติผมก็เผื่อเยอะอยู่แล้ว

พอดีมีเจ้าหน้าที่ผู้หญิงบอกว่า วันนี้รถติดมากเหมือนกัน จริงๆ

เสร็จแล้ว ประทับตราปั้ง
แล้วยื่นพาสปอร์ตและเอกสารคืนให้ผม

บอกว่า Final Call แล้วค่ะ รีบเลย
พร้อมสำทับว่า ” ฝากเชียร์เผื่อด้วยนะคะ ”

ผมนี้ถึงกับอึ้งและขอบคุณไปเลยทีเดียว

ผ่าน ตม. ไปแล้ว ต้องไปผ่านเครื่องเอ็กซเรย์กระเป๋าอีก อ้าว รออีกเหมือนกัน

แต่ตรงนี้ไม่นานเท่าไหร่ ก็ผ่านไปได้

รีบวิ่งแจ้นไปที่ประตู 6 เพื่อขึ้นเครื่อง

เจ้าหน้าที่รอตรวจตั๋วอยู่
ผมวิ่งมาเหนื่อยโฮกๆ เลย

บอกว่า กัวลาลัมเปอร์ครับ

เจ้าหน้าที่บอกว่า ไม่ต้องรีบก็ได้ครับ ยังทัน เพราะรถบัสยังจอดรออยู่ที่ประตู 6
เพื่อไปส่งผู้โดยสารขึ้นเครื่อง ที่จอดอยู่กลางสนามบิน

ผมบอกว่า จะไปดูบอลพรุ่งนี้ที่กัวลาลัมเปอร์

แถมโดนแซวว่า มีตั๋วบอลหรือยัง

ผมบอกว่า อยู่ในกระเป๋าผม นี่วิ่งมาตาเหลือกเลย กลัวไปไม่ทัน

ตรวจตั๋วเสร็จ เดินไปขึ้นรถบัสที่จอดรออยู่ รถบัสก็ยังไม่ออก

รอสักพัก มีผู้โดยสาร อีก 5-6 คน เดินมาขึ้นรถ(แสดงว่ายังมีคนที่สายกว่าเราเยอะอยู่เหมือนกัน)

รถบัสไปส่งที่เครื่อง เดินขึ้นไปยังที่นั่งตามที่ระบุคือ 12A

ผู้โดยสารทะยอยขึ้นเครื่องเกือบหมดแล้ว

แต่ก็ยังมีรถตู้มาส่งผู้โดยสารอีก 5-6 คนมั้ง โอ้วนี่มีสายกว่าอีกหรือนี่

ดีแล้วแหละที่เรามาทัน ตอนนั้นเหนื่อยมากๆ

ได้เวลาออกเดินทางแล้ว

จุดหมายปลายทางที่กัวลาลัมเปอร์

เครื่องบินไต่ถึงระดับ กัปตันทักทายผู้โดยสาร

จับได้ใจความว่า ตอนนี้เครื่องบินอยู่ที่ความสูงราวๆ 33,000 ฟุต หรือ 11 กิโลเมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง
ที่ความเร็ว 830 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง
อากาศที่กัวลาลัมเปอร์ อุณหภูมิสูงกว่าบ้านเราอีกนะ ราวๆ 30 องศา
เราจะไปถึงปลายทางเวลา 21.10 ตามเวลาท้องถิ่นของที่โน่น ที่เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง

ประมาณนี้แหละครับ จำตัวเลขไม่ได้แม่นขนาดนั้น

จากนั้น ก็สั่งน้ำอัดลมสักกระป๋อง (60 บาท) เพื่ออุดหนุนสายการบินเสียหน่อย

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

จองโรงแรมทั่วโลก มั่นใจปลอดภัยโดย Agoda